|
พระราชบัญญัติ การเล่นแชร์ พ.ศ. 2534
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้
ณ วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการเล่นแชร์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
"พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 บรรดาบทกฎหมาย กฎ
ข้อบังคับ และประกาศอื่นในส่วนที่ บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
"การเล่นแชร์" หมายความว่า การที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปตกลงกัน
เป็นสมาชิกวงแชร์ โดยแต่ละคนมีภาระที่จะส่งเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด รวมเข้า
เป็นทุนกองกลางเป็นงวด ๆ เพื่อให้สมาชิกวงแชร์หมุนเวียนกันรับทุนกองกลาง
แต่ละงวดนั้นไปโดยการประมูลหรือโดยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึง การรวมทุนในลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงด้วย
"นิติบุคคล" หมายความรวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียนด้วย
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 5 ห้ามมิให้นิติบุคคลเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์
มาตรา 6 ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการ
เล่นแชร์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกัน
มากกว่าสามวง (2) มีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน (3) มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าจำนวนที่
กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (4) นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์นั้นได้รับประโยชน์ตอบแทน
อย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จะได้รับทุนกองกลาง ในการเข้าร่วมเล่นแชร์ในงวดหนึ่ง
งวดใดได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าผู้ที่สัญญาว่าจะใช้เงินหรือ
ทรัพย์สินอื่นใดแทนนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ เป็นนายวงแชร์หรือ
ผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ด้วย
มาตรา 7 บทบัญญัติในมาตรา
6 ไม่กระทบกระเทือนถึงการที่สมาชิก วงแชร์จะฟ้องคดีหรือใช้สิทธิเรียกร้องเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการ
เล่นแชร์
มาตรา 8 ห้ามมิให้นิติบุคคลสัญญาว่าจะใช้เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแทน
นายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์หรือสมาชิกวงแชร์
มาตรา 9 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาชี้ชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมใน
การเล่นแชร์
มาตรา 10 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจที่มีคำว่า
แชร์ หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันและรัฐมนตรีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
ในกรณีที่มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ที่ใช้ชื่อหรือ คำแสดงชื่อในธุรกิจที่มีคำที่รัฐมนตรีประกาศอยู่แล้วในวันที่ประกาศดังกล่าว
ใช้บังคับ ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อดังกล่าวต่อไปได้ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
นับแต่วันที่ประกาศดังกล่าวใช้บังคับ เว้นแต่ผู้ที่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้
ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 11 ในกรณีที่มีกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา
4 กำหนดให้ การรวมทุนในลักษณะอื่นเป็นการเล่นแชร์ตามพระราชบัญญัตินี้ และการเล่นแชร์
ดังกล่าวมีลักษณะอื่นเป็นการเล่นแชร์ตามพระราชบัญญัตินี้ และการเล่นแชร์
ดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 5 หรือมาตรา 6 ผู้ที่เป็นนายวงแชร์ หรือจัดให้มีการเล่นแชร์นั้นอยู่แล้วในวันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ
อาจดำเนินกิจการดังกล่าวเฉพาะวงแชร์ที่ยังค้างอยู่ต่อไปได้จนกว่าจะเสร็จ
แต่ต้องไม่เกินสอบปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ในกรณีที่ผู้ดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคล
และประสงค์จะ ดำเนินการเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์เฉพาะวงแชร์ที่ยังค้างอยู่
ต่อไป ให้ยื่นรายงานเกี่ยวกับกิจการการเล่นแชร์ตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ
นิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์เป็นนายวงแชร์หรือเป็นผู้จัดให้มีการรวมทุน ในลักษณะอื่นซึ่งมีกฎกระทรวงกำหนดให้เป็นการเล่นแชร์ตามพระราชบัญญัตินี้
อยู่แล้วในวันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ให้นิติบุคคลนั้นดำเนินการยกเลิก
วัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ นิติบุคคลนั้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ
เว้นแต่นิติบุคคลนั้นจะเป็นนิติบุคคลที่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ตามวรรคหนึ่ง
ให้นิติบุคคลนั้นดำเนินการยกเลิกวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยยื่นคำขอต่อ นายทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้นอย่างช้าต้องไม่เกินสองปี
นับแต่วันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ในกรณีที่นิติบุคคลใดละเลยไม่ดำเนินการตามวรรคสาม
ให้นายทะเบียน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้นมีอำนาจขีดวัตถุประสงค์ดังกล่าวออกจาก
ทะเบียนได้ แต่การใช้อำนาจของนายทะเบียนไม่เป็นเหตุให้นิติบุคคลดังกล่าว
พ้นความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 12 ในการปฏิบัติหน้าที่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้ (1) เข้าไปในสถานที่ใดที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิด
ตามพระราชบัญญัตินี้ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือ ในเวลาทำการของสถานที่นั้นเพื่อตรวจสอบได้
(2) ยึดหรืออายัดบัญชี เอกสาร หลักฐาน หรือสิ่งอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือดำเนินคดี (3) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือสั่งให้ส่ง
บัญชีเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นใดที่จำเป็นมาประกอบการพิจารณาได้ ทั้งนี้
โดยให้เวลาบุคคลนั้นตามสมควร
มาตรา 13 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา
12 ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา 14 ในการปฏิบัติหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดง บัตรประจำตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
มาตรา 15 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 16 นิติบุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา
5 ต้องระวางโทษปรับ ตั้งแต่หนึ่งเท่าถึงสามเท่าของทุนกองกลางแต่ละงวดของทุกวงแชร์
แต่ต้อง ไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท และให้ศาลสั่งให้นิติบุคคลนั้นหยุดดำเนินการเป็น
นายวงแชร์หรือการจัดให้มีการเล่นแชร์
มาตรา 17 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
6 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 18 นิติบุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา
8 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองแสนบาท
มาตรา 19 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
9 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท
มาตรา 20 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
10 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
มาตรา 21 นิติบุคคลใดไม่ยื่นรายงานตามมาตรา
11 วรรคสอง หรือยื่นรายงานอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
และ ปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
มาตรา 22 นิติบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา
11 วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าร้อยบาท
จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
มาตรา 23 ผู้ใดขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่
ตามมาตรา 12 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 24 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือ
หนังสือเรียกของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 12 หรือไม่ยอมตอบคำถาม เมื่อซักถาม
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพัน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 25 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา
13 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองพันบาท
มาตรา 26 ในกรณีที่นิติบุคคลใดกระทำความผิดตามมาตรา
5 หรือ มาตรา 8 กรรมการผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการจัดการหรือ
บริหารงานของนิติบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับ ไม่เกินสามแสนบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วน ในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นด้วย
มาตรา 27 นิติบุคคลซึ่งเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์
อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หรือบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นนายวงแชร์
หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 6 อยู่แล้วในวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ อาจดำเนินกิจการดังกล่าวเฉพาะวงแชร์ที่ยังค้าง
อยู่ต่อไปได้จนกว่าจะเสร็จ แต่ต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้
ใช้บังคับ ในกรณีที่ผู้ดำเนินกิจการตามวรรคหนึ่งเป็นนิติบุคคลและประสงค์จะ
ดำเนินการเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์เฉพาะวงแชร์ที่ยังค้างอยู่
ต่อไป ให้ยื่นรายงานเกี่ยวกับกิจการการเล่นแชร์ตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
นิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้นิติบุคคลนั้นดำเนินการยกเลิก วัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวกับ
นิติบุคคลนั้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เว้นแต่นิติบุคคลนั้นจะเป็นนิติบุคคลที่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ตามวรรคหนึ่ง
ให้นิติบุคคลนั้นดำเนินการยกเลิกวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยยื่นคำขอต่อ นายทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น
อย่างช้าต้องไม่เกินสองปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่นิติบุคคลใดละเลยไม่ดำเนินการตามวรรคสาม
ให้นายทะเบียน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้นมีอำนาจขีดวัตถุประสงค์ดังกล่าวออกจาก
ทะเบียนได้ แต่การใช้อำนาจของนายทะเบียนไม่เป็นเหตุให้นิติบุคคลดังกล่าว
พ้นความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ นิติบุคคลใดไม่ยื่นรายงานตามวรรคสอง
หรือยื่นรายงานอันเป็นเท็จ หรือไม่ปฏิบัติตามวรรคสาม ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
21 หรือมาตรา 22 แล้วแต่กรณี
มาตรา 28 บทบัญญัติในมาตรา
8 ไม่กระทบกระเทือนถึงสัญญาที่ นิติบุคคลได้กระทำไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 29 ให้ผู้ซึ่งใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจที่มีคำว่า
แชร์ อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อดังกล่าว
ต่อไปได้ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เว้นแต่เป็นผู้ที่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ตามมาตรา 27
มาตรา 30 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจออกกฎกระทรวงและ ประกาศ ทั้งนี้
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้
บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
คือ เนื่องจาก ในปัจจุบันได้มีผู้ประกอบ ธุรกิจเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์กัน
อย่างกว้างขวาง การประกอบธุรกิจดังกล่าวนอกจากจะเป็นอันตรายต่อ ประชาชนแล้วยังกระทบต่อการระดมเงินออมของสถาบันการเงินที่ทางราชการ
สนับสนุนและรับผิดชอบ และส่งผลกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจโดยส่วนรวม อีกด้วย
นอกจากนี้ยังปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวหลายรายได้พยายาม ดำเนินการให้ใกล้เคียงกับการประกอบธุรกิจเงินทุนซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว
ในการนี้สมควรห้ามประกอบธุรกิจประเภทนี้ ส่วนการเล่นแชร์ของประชาชน ทั่วไปที่มิได้ดำเนินการเป็นธุรกิจนั้นยังให้กระทำต่อไปได้
จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
b
a c k
|